GIVE SPACE

GIVE SPACE 2.0 จากพื้นที่เรียนรู้ของเด็ก สู่พื้นที่เติบโตของทั้งครอบครัว

2026-07-15

GIVE SPACE 2.0 จากพื้นที่เรียนรู้ของเด็ก สู่พื้นที่เติบโตของทั้งครอบครัว

ถ้าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ สิ่งที่เขาต้องการอาจไม่ใช่เพียง “คลาสที่ดี”

แต่อาจต้องมีทั้งพื้นที่ให้ได้ลอง ประสบการณ์ที่พาออกไปเห็นโลกจริง ผู้ใหญ่ที่เข้าใจ และ Community ที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตไปด้วยกัน

นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญเบื้องหลัง GIVE SPACE 2.0 ที่ คุณจ๋า ทิพย์รัตน์ สิทธิมนต์อำนวย CEO ของ GIVE SPACE ได้นำเสนอในเวที Bull’s Arena: Pitching Day ของ H.O.W. Club

เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำ Business Idea ไป Pitch ต่อหน้าโค้ชและนักลงทุนระดับประเทศ เพื่อรับมุมมองตรง ๆ ทั้งด้าน Problem, Value Proposition, Business Model, Competitive Advantage, Team และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

สำหรับ GIVE SPACE การขึ้นเวทีครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ Business Pitch แต่เป็นโอกาสในการกลับมาตอบคำถามสำคัญอีกครั้งว่า

“GIVE SPACE อยากสร้างคุณค่าอะไรให้กับเด็กและครอบครัวในอนาคต?”

ผู้เข้าร่วมงาน Bull’s Arena: Pitching Day ของ H.O.W. Club

GIVE SPACE 2.0 คืออะไร?

แนวคิดของ GIVE SPACE 2.0 คือ

การส่งเสริมให้เด็กและครอบครัวเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย ประสบการณ์จริงจากโลกกว้าง และคอมมูนิตี้ที่พร้อมสนับสนุนร่วมกัน

แนวคิดนี้ขยายภาพของ GIVE SPACE ออกไปจากการเป็นเพียงสถานที่ที่เด็กมาเรียนกิจกรรม เพราะในชีวิตจริง การเติบโตของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นจากห้องเรียนเพียงพื้นที่เดียว

เด็กเรียนรู้จากครู เรียนรู้จากการลงมือทำ เรียนรู้จากเพื่อน เรียนรู้จากความสำเร็จ เรียนรู้จากสิ่งที่ยังทำไม่ได้ และเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนอกห้องเรียน

ในขณะเดียวกัน พ่อแม่เองก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ GIVE SPACE 2.0 จึงมอง “เด็กและครอบครัว” เป็นระบบเดียวกันมากขึ้น

1. Meaningful Learning — เรียนแล้วต้องมีความหมายต่อชีวิต

การเรียนรู้ที่มีความหมายสำหรับ GIVE SPACE ไม่ได้วัดเพียงว่าเด็ก “ทำวิชานั้นได้หรือยัง”

แต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการ เด็กได้คิดหรือไม่ ได้ลองตัดสินใจเองไหม ได้สร้างอะไรจากความคิดของตัวเองหรือเปล่า เมื่อทำไม่ได้ เขาเรียนรู้ที่จะลองใหม่อย่างไร และสุดท้าย เด็กเข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นแค่ไหน

นี่คือเหตุผลที่ GIVE SPACE มีการเรียนรู้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Music, Art, Dance และ Taekwondo ไปจนถึง Robotics, Minecraft Education และ 3D Printing

เพราะแต่ละกิจกรรมไม่ได้มีเพียง “Skill” ที่ต้องเรียน แต่มีประสบการณ์การเรียนรู้ซ่อนอยู่ในกระบวนการด้วย

2. Real-world Experience — บางอย่างต้องออกไปเจอด้วยตัวเอง

เด็กสามารถฝึกได้มากมายในห้องเรียน แต่บางประสบการณ์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้จากการซ้อมเพียงอย่างเดียว

การขึ้น Concert การลงสนามแข่งขัน การสอบเลื่อนระดับ การนำผลงานออกมาแสดง การทำ Workshop หรือการทำงานร่วมกับคนอื่น ทั้งหมดทำให้เด็กต้องนำสิ่งที่เคยเรียนมาใช้ในบริบทใหม่

ที่ GIVE SPACE เราจึงพยายามสร้างเส้นทางจาก

Learn → Practice → Experience → Reflect → Grow

หรือพูดง่าย ๆ คือ เรียน → ฝึก → ออกไปลองจริง → กลับมาเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น

เพราะบางครั้ง เด็กอาจไม่รู้ว่าตัวเองพัฒนาไปไกลแค่ไหน จนกระทั่งได้ออกไปใช้สิ่งที่ฝึกในโลกจริง

3. Community — เด็กไม่ควรต้องเติบโตเพียงลำพัง

อีกคำสำคัญในแนวคิด GIVE SPACE 2.0 คือ Community เพราะการเติบโตของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับเด็กเพียงคนเดียว ยังมี พ่อแม่ คุณครู เพื่อน ครอบครัวอื่น ๆ และผู้ใหญ่รอบตัว ที่สามารถสร้างทั้งโอกาส ความมั่นใจ และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ให้กับเด็ก

เราอยากให้ GIVE SPACE เป็นพื้นที่ที่คนเหล่านี้เชื่อมต่อกันได้มากขึ้น ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบ

โรงเรียนสอน → เด็กเรียน → ผู้ปกครองจ่ายค่าเรียน

แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายมีส่วนช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเติบโตของเด็ก

จาก “โรงเรียนมีหลายวิชา” สู่ “พื้นที่ที่ช่วยเด็กค้นพบตัวเอง”

การมีมากกว่า 20 วิชาที่ GIVE SPACE ไม่ได้มีความหมายเพียงว่าเรามีตัวเลือกเยอะ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

เด็กมีพื้นที่ให้ทดลองหลายมิติของตัวเอง

บางคนค้นพบความสุขจาก Piano บางคนชอบใช้ร่างกายผ่าน Dance บางคนพบความมั่นใจจาก Taekwondo บางคนหลงใหลการสร้างของผ่าน 3D Printing ขณะที่บางคนยังต้องลองอีกหลายอย่างกว่าจะเจอสิ่งที่ตัวเองอยากทำต่อ

และนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะ GIVE SPACE ไม่ได้มองว่าหน้าที่ของผู้ใหญ่คือการ “ทายให้ถูกว่าลูกเก่งอะไร” แต่คือการสร้างโอกาสที่ดีพอ ให้เด็กค่อย ๆ ค้นพบคำตอบนั้นด้วยตัวเอง

ผู้ประกอบการที่ขึ้นนำเสนอในงาน Bull’s Arena: Pitching Day

การขึ้นเวที Bull’s Arena คืออีกหนึ่งการเรียนรู้ของ GIVE SPACE เช่นกัน

Bull’s Arena: Pitching Day ถูกออกแบบให้ผู้ประกอบการนำธุรกิจขึ้น Pitch ต่อหน้าโค้ชและนักลงทุน เพื่อรับคำถามและ Feedback ต่อทั้งปัญหาที่ธุรกิจต้องการแก้ คุณค่าที่นำเสนอ โมเดลธุรกิจ ความแตกต่าง ทีม และศักยภาพในการขยายตัว

ภายในงานมีผู้ประกอบการหลายประเภทธุรกิจขึ้นนำเสนอ และหนึ่งในนั้นคือ คุณจ๋า ทิพย์รัตน์ สิทธิมนต์อำนวย กับ GIVE SPACE 2.0

สำหรับเรา นี่สะท้อนหลักคิดเดียวกับที่ใช้กับเด็ก ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เพราะองค์กรเองก็ต้อง เรียนรู้ → ลงมือทำ → รับ Feedback → กลับมาพัฒนา เช่นเดียวกัน

การมี Vision ที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือการนำ Vision นั้นไปทดสอบกับโลกจริง และกลับมาถามตัวเองอยู่เสมอว่า เราจะทำให้สิ่งที่เชื่อเกิดขึ้นจริงได้ดีขึ้นอย่างไร?

GIVE SPACE 2.0 ไม่ได้หมายถึงแค่ “มีคลาสเพิ่มขึ้น”

สิ่งที่เราอยากพัฒนาในอนาคตไม่ใช่แค่จำนวนวิชา แต่คือคุณภาพของ Ecosystem รอบการเติบโตของเด็ก

ให้การเรียนหนึ่งคลาสเชื่อมต่อกับประสบการณ์จริง ให้ความสนใจของเด็กสามารถต่อยอดไปสู่โอกาสใหม่ ให้พ่อแม่มีพื้นที่ในการทำความเข้าใจลูกมากขึ้น และให้ GIVE SPACE เป็น Community ที่ครอบครัวสามารถเติบโตไปด้วยกัน

นี่คือภาพของ GIVE SPACE 2.0 ที่เราอยากค่อย ๆ สร้างให้ชัดขึ้น

ไม่ใช่พื้นที่ที่ถามเพียงว่า “วันนี้ลูกเรียนอะไร?”

แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนทุกครอบครัวกลับมาถามว่า

“วันนี้ลูกได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับโลก และได้ค้นพบอะไรเกี่ยวกับตัวเองเพิ่มขึ้นบ้าง?”

คำถามที่พบบ่อย

GIVE SPACE 2.0 ต่างจาก GIVE SPACE เดิมอย่างไร?

GIVE SPACE 2.0 เป็นการขยายแนวคิดจากการมีคลาสกิจกรรมหลากหลาย ไปสู่การมองการเติบโตของเด็กและครอบครัวอย่างเชื่อมโยงมากขึ้น เราให้ความสำคัญกับ 3 ส่วนหลัก คือ

คลาสเรียนยังคงสำคัญ แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของประสบการณ์ที่เราอยากสร้าง

GIVE SPACE มีอะไรที่สะท้อนแนวคิด “ประสบการณ์จริง” บ้าง?

เรามีกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียนในคลาส เช่น Concert, Showcase, Workshop, การแข่งขัน และการสอบเลื่อนระดับในบางวิชา กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กได้เปลี่ยนสิ่งที่เคย “ฝึก” ให้กลายเป็นสิ่งที่ต้อง “นำมาใช้จริง” และยังเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากทั้งความสำเร็จ ความตื่นเต้น และสิ่งที่ยังต้องกลับไปพัฒนาต่อ

ถ้ายังไม่รู้ว่าลูกเก่งหรือชอบอะไร GIVE SPACE เหมาะไหม?

เหมาะค่ะ เพราะจุดแข็งหนึ่งของ GIVE SPACE คือการมีการเรียนรู้หลายประเภทอยู่ในพื้นที่เดียว แทนที่จะรีบตัดสินว่าลูกต้องเก่งอะไร เราสามารถเริ่มจากความสนใจ ความพร้อม และให้เด็กมีประสบการณ์กับกิจกรรมจริง แล้วค่อย ๆ สังเกตว่าเขาอยากเดินต่อในเส้นทางไหน

ถ้าคุณกำลังมองหาพื้นที่ที่เด็กไม่ได้มาเพียง “เรียนวิชาเพิ่ม” แต่ได้ลองคิด ลงมือทำ เจอประสบการณ์ใหม่ และค่อย ๆ รู้จักตัวเองมากขึ้น ลองมาปรึกษาทีม GIVE SPACE ได้ค่ะ

ติดต่อ GIVE SPACE โทร. 080-025-5545 · LINE: @givespacesalaya · Facebook: givespacesalaya